จุดอ่อนของผมเอง

จุดอ่อนของผมเอง

มนุษย์ทุกคนมีจุดอ่อน ใช่ครับ ขนาดซุปเปอร์แมนที่ว่าแน่ยังแพ้คริปโตไนท์เลย ฮ่าๆ

พอดีช่วงนี้ใกล้จะปิดปีแล้ว เลยได้มีโอกาสมาทบทวนจุดอ่อนของตัวเองในเรื่องต่างๆ แล้วมาสารภาพให้ทุกคนได้รู้กันไปเลย

1.ผมไม่กล้า Big Bet

ในช่วงแรกของผมต้องบอกเลยว่าพอร์ตผมอย่างกับ Index fund คือมีหุ้นเยอะมาก แต่ตอนนี้ทำได้ดีขึ้นแล้ว หุ้นน้อยลง อยู่กับไอเดียที่ดีที่สุดได้นานขึ้น แต่ผมก็ยังไม่กล้าถือหุ้น 1 ตัวเกิน 15-20% ของพอร์ตอยู่ดี

ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะชีวิตส่วนตัวผมมักเจอ “เรื่องเหนือความคาดหมาย” ด้วยหล่ะมั้ง เลยทำให้ไม่กล้าอัด กล้ายัดกับการลงทุนเท่าไร

แต่คิดว่าปัญหานี้แก้ได้ และต้องแก้ ถ้าสร้าง framework ดีๆ ไม่น่าจะมีปัญหา

2.ไม่โฟกัสในเรื่องที่ควรโฟกัส

ผมยอมรับตรงนี้เลยว่าตัวเองเป็น “Shiny Object Syndrome” เห็นอะไรวิบวับต้องอยากโดดเข้าใส่

โชคดีที่ในเรื่องการลงทุน ผมแก้ได้ แต่ในมิติอื่นของชีวิต บอกเลยว่าพัง

ปีหน้าเลยตั้งเป้าว่าจะ “ลีน” กิจกรรมที่ทำอยู่ตอนนี้ โฟกัสในเรื่องที่น่าจะให้ผลตอบแทนสูงสุดแทน

เหมือนที่บัฟเฟตต์เคยบอกว่า “โอกาสไม่ได้มาบ่อยๆ ถ้าฝนตกเป็นทอง ให้เอาถังไปรอง อย่าเอาสนับนิ้วมือไป”

แต่สิ่งที่ผมทำคือเอาถังไปรองน้ำฝน แล้วเอาสนับนิ้วมือไปรองฝนทองนี่สิ

โอเค ยอมรับว่าห่วยที่ไม่โฟกัสในเรื่องที่ควร แต่จะแก้แบบจริงจังยังไงนั้น ยังไม่มีคำตอบแหะ ไว้แก้ได้จะมาแชร์

3.ไม่ใส่ใจรายละเอียดเท่าที่ควร

อันนี้ผมเป็นตั้งแต่เด็ก แล้วคิดว่าไม่น่าจะแก้ได้แล้วคือเรื่องของความ “เนี๊ยบ” 

ผมเป็นคนประเภทแค่ภาพรวมดูดี ผมก็โอเคแล้ว ซึ่งบางทีมันก็ไปสร้างปัญหาในอนาคตอ่ะนะ

ส่วนวิธีแก้ที่ใช้อยู่ทุกวันนี้คือหาคนที่รอบคอบกว่ามาช่วยในบางเรื่อง หรือหาคนที่คิดตรงข้ามกับเรามาคอยจี้จุดให้ครับ

4.ความสามารถในการเข้าสังคม = 0

“ถ้าอยากไปเร็ว ไปคนเดียว แต่ถ้าอยากไปไกล ต้องไปเป็นทีม”

ผมรู้ครับ…ผมรู้ แต่ความสามารถพิเศษของผมคือการเปลี่ยนทีมให้กลายเป็น Single-Player ได้นี่สิ

ผมปากเสีย พูดจาขวานผ่าซาก ชอบพูดในสิ่งที่คนไม่อยากได้ยิน ขวางโลก

มีหลายครั้งที่ผมยอมรับอย่างจริงใจว่าตัวเอง “เฮงซวย” และนั่นเป็นหนึ่งเหตุผลที่ผมไม่เข้าสังคม เพราะผมไม่อยากให้ใครรู้สึกแย่เวลามาอยู่กับผม

แต่สำหรับนักลงทุน ผมพูดจริงๆว่าการมีทีมที่ช่วยเหลือกัน มันดีมากจริงๆ ครับ และผมหวังว่าสักวันจะเจอที่ของตัวเองเหมือนกัน

5.งานเอกสารรรรรรร

ผมเกลียดงานเอกสาร เกลียดมาก ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคนเราต้องทำอะไรเป็น Pattern แบบนั้นด้วย แต่พอไปถามใครก็บอกว่า “มึงบ้าป่ะเนี่ย ทุกคนเค้าก็ทำกันได้“

และผมไม่รู้จะแก้ยังไงเหมือนกัน วิธีแก้คือให้แฟนผมเป็นคนจัดการเอกสารส่วนตัวให้หมดเลย

ที่คิดออกมีแค่นี้แหละ

แต่ถ้าใครคิดว่าผมมีจุดอ่อนตรงไหน ลองบอกมาได้ ไม่กัด ส่วนใครที่อ่านอยู่ลองกลับไปทบทวนตัวเองกันบ้างก็ดีนะครับ