สวัสดีปีใหม่ 2024

สวัสดีปีใหม่ 2024
เป้าหมายปี 2024

พูดถึงปี 2024 ก่อนแล้วกัน ปีนี้ตั้งใจว่าจะโฟกัสมากขึ้น ทำอะไรให้น้อยลง รู้สึกว่าปีที่แล้วตัวเองเป็นเจ้าพ่อโปรเจค แต่สุดท้ายก็เอาแต่พูดแต่ไม่ทำซักอย่าง 55 ซึ่งแพลนหลักๆ คือจะไปเขียน Medium ให้มากขึ้น และเริ่มเขียน Substack 

แต่บล็อคนี้ยังเขียนอยู่ โดยเฉพาะเรื่องไร้สาระ บันทงบันเทิง อะไรที่คิดว่าไม่มีคนอ่านแต่อยากเขียน น่าจะลงตรงนี้ มันคงไม่มีฝรั่งอยากฟังเรื่อง ดร.นิเวศน์หรอกมั้ง 555 รวมถึงภาษาเกรียนๆ น่าจะมาเขียนลงตรงนี้มากกว่า เพราะเดิมทีบล็อกนี้ตั้งใจจะเขียนอะไรไร้สาระอยู่แล้ว

เรื่องการลงทุนในปี 2023

มาที่เรื่องการลงทุน ปีที่ผ่านมามีหุ้นตัวที่แย่ในพอร์ต 1 ตัว  ผมขอเรียกมันว่า “น้องทุเรียน” แล้วกัน ตอนนี้ติดลบราวๆ 70% ของราคาที่ซื้อ สยองมาก แต่ส่วนตัวเชื่อว่าระยะยาวยังกลับมาได้ แต่ถ้ากลับมาไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะคุมความเสี่ยงก่อนซื้อไว้แต่ต้นแล้ว

แต่ภาพรวมการลงทุนโอเค ต้องบอกตรงๆ เลยว่าที่มันโอเค สาเหตุมาจากการตัดสินใจที่ดีในปี 2021 ที่ไม่พลาดไปซื้อหุ้นจนไม่เหลือเงินสดในมือ เลยทำให้ปี 2022 กับต้นปี 2023 มีเงินเหลือใหซื้อหุ้นที่ต้องการได้

แต่ต้องบอกอีกว่า ปีนี้อาจจะเพลาๆ เรื่องการลงทุนลง เพราะศัตรูที่น่ากลัวที่สุดคือ Ego และนี่คือบทเรียนที่ผมเห็นหลายคนพลาดมาแล้วในปี 2021 ที่ตอนนั้นตลาดขึ้นแรง ความมั่นใจเต็มสูบ และจุดจบของคนที่มั่นใจเกินเหตุก็คือเละตุ้มเปะ

ถ้าถามว่าจะปรับพอร์ตไหม ก็คงบอกว่าไม่แน่ๆ ในเร็วๆนี้ ส่วนหนึ่งเพราะค่อนข้างมั่นใจในหุ้นแต่ละตัวที่เลือก และพวกมันยังไม่ได้ปลดล็อคศักยภาพแบบเต็มที่ เลยยังไม่ถึงเวลาที่จะขาย

แล้วช่วงนี้ทำอะไรอยู่ถ้าไม่หาหุ้นใหม่ ? บอกแบบนี้ว่าปีที่ผ่านมาผมให้ความสำคัญกับ Framework มากขึ้น ลดความสำคัญกับหุ้นรายตัวลงค่อนข้างเยอะ แต่ปัจจุบันยิ่งอ่าน ยิ่งค้นคว้า บอกเลยว่ายิ่งไม่เข้าใจ ความรู้สึกเหมือนผมกลับมาเริ่มต้นที่จุดเดิมอีกรอบ ซึ่งถามว่าท้อไหม ก็มีบ้าง แต่ถามว่าสนุกไหม บอกเลยว่าสนุกมาก

เรื่องสุขภาพจิต

ส่วนเรื่องสุขภาพจิตตอนนี้ดีขึ้นมาก รู้สึกว่าตัวเองหัวเราะง่ายขึ้น เริ่มกลับมาฮาเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าจะฮาน้อยกว่าสมัยก่อนก็ตาม สิ่งที่แสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัดคือภาษาที่ใช้ในการเขียน Blog ที่เริ่มมีสีสันขึ้น ไม่หม่นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

อีกเรื่องที่ต้องเล่าคือ ปีที่ผ่านมาลองทำธุรกิจเล็กๆ แล้วตอนจบคือ เจ๊งแบบยับขี้ แต่สิ่งที่ได้กลับมาเหมือนปลดล็อกชีวิตไปอีกขั้น ได้เรียนรู้ว่าถ้าอยากเร่ง Learning Curve การโดดเข้าใส่ปัญหาแบบ “จังๆ” ทำให้เรียนรู้ได้ไวมาก

สามเรื่องที่อยากฝาก

มีสามเรื่องอยากฝาก เรื่องแรกคือเรื่องการลงทุน ไม่ว่าสภาวะตลาดจะชิบหายวายวอดแค่ไหน แต่มันก็ยังมีโอกาสถ้าขยัน ดัชนี Nikkei 30 ใช้เวลา 30 ปีกว่าจะทำ ATH ดูเผินๆ จากมุมคนนอก ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเหมือนจะสิ้นหวังเต็มประดา แต่ถ้าไปเจาะรายตัวจริงๆ จะเห็นว่ามีหุ้นเทพๆ ที่ขึ้นเป็นสิบเด้ง นำตลาดหลายช่วงตัว

ดังนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่ายอมแพ้ ขยัน อดทนทำงานหนักต่อไป

เรื่องที่สองคือเรื่องภาษีการลงทุน ผมคิดว่าในไทย นี่เป็นปัญหาใหญ่ที่นักลงทุนทุกคนกำลังเจอ แต่ก็ต้องบอกแบบนี้ว่า ประเทศที่หา Income ไม่ได้ งบดุลพังพินาศมาหลายสิบปีจนมาถึงจุดที่เรียกว่า สิ้นไร้ไม้ตอก นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นขั้นตอนการ “รีดเลือดกับปู” เท่านั้น

ผมเชื่อว่ายังมีภาษีบ้าบอคอแตกรอประชาชนคนไทยทุกคนอยู่ในอนาคต ไม่แน่อนาคตอาจจะมีภาษียาคุม ถุงยางอนามัย อะไรแบบนี้ก็ได้

แต่เรื่องที่เฮงซวยยิ่งกว่าคือ ภาษีที่เก็บไป มันมาไม่ถึงประชาชนนี่สิ

เรื่องสุดท้ายคือเรื่องของความเป็นมนุษย์ Jason Sweig เคยเขียนเอาไว้ว่า ถ้าคุณพูดเรื่องโกหกให้คนที่อยากฟังเรื่องโกหก คุณจะรวย ในขณะที่ถ้าคุณพูดเรื่องจริงให้คนที่อยากฟังเรื่องโกหก คุณจะจนแบบโคตรพ่อโคตรแม่จน

ต้องบอกแบบนี้ว่าในตลาดหุ้นน่าจะเป็นไม่กี่ที่ในโลกที่การพูดเรื่องจริงให้คนที่ไม่อยากฟัง สามารถสร้างรายได้ในระดับที่พออยู่พอกิน จนถึงร่ำรวยได้ ตัวอย่างที่เห็นชัดๆ เช่น ดร.นิเวศน์ หรือ Micheal Burry

แต่ถึงกระนั้น การพูดเรื่องเท็จ ยังให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าและเร็วกว่าหลายขุม ลองนึกถึง “สายไฟเย็นสุดขั้ว” หรือ “ทีวี LGBTQ+” ก็ได้

Morgan Housel เคยเขียนไว้ใน Same as Ever ว่า Incentive คือคำเดียวที่ขับเคลื่อนทุกอย่างในโลกนี้

ส่วนตัวผมเองเห็นด้วยและคิดว่าสิ่งนี้แหละคือสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้คนบางคนละทิ้งความเป็นมนุษย์ จนกล้าทำในสิ่งที่ผู้อื่นเดือดร้อน

และเรื่องราวคาวๆ มีทั้งไซส์เล็กและไซส์ใหญ่ เราจะเห็นตั้งแต่ นักลงทุนรายใหญ่หลอกนักลงทุนรายย่อยไปดอยเพื่อผลประโยชน์ตัวเองผ่านชื่อเสียงของตัวเอง

การทำงานเป็นแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ หรือการหลอกลวงชักชวนให้ผู้อื่นมาลงทุนแบบปลอมๆ เป็นต้น

แล้วอะไรที่ทำให้เราไม่หน้ามืดตามัวไปกับผลตอบแทนที่ได้มาจากการเบียดเบียนคนอื่น ? ผมว่าไอ้สิ่งนั้นแหละที่เรียกว่า “ความเป็นมนุษย์”

แต่โลกนี้มันโหดร้าย เพราะโลกนี้ไม่มีรางวัลให้คนที่กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง

และคุณธรรมเป็นอะไรที่จับต้องไม่ได้ กินไม่ได้ แต่เงินในบัญชีธนาคาร พวกมันจับต้องได้

เอาเถอะ ผมขี้เกียจบ่นแล้ว เอาเป็นว่า ขอให้ทุกคนที่อ่านตรงนี้ นึกถึงเพื่อนมนุษย์คนอื่นบ้าง

เพราะลึกๆ แล้วผมยังเชื่อในความเป็นมนุษย์ของคนอื่นอยู่ ถึงแม้จะเหลือความเชื่อที่ว่าน้อยลงเต็มทีก็ตาม

ขอให้เป็นปีที่ดีกับทุกคนครับ